ซ้อมวงทีไรทำไม “ซาวด์พัง” ทุกที?

5 ขั้นตอน ปรับบาลานซ์ซาวด์แบบมือโปร ช่วยเปลี่ยนห้องซ้อมให้กลายเป็นเวทีจริง

เวลาเข้าห้องซ้อมเคยรู้สึกแบบนี้ไหม?

  • เสียงกลองดังกลบทุกอย่าง
  • กีตาร์ก็เร่ง แอมป์ก็แรง แต่ไม่รู้เล่นเข้ากันไหม
  • นักร้องบอก “ได้ยินตัวเองไม่ชัด”
  • ซ้อมไปชั่วโมงนึง เหนื่อยมากแต่ไม่รู้ว่าวงเล่นดีขึ้นตรงไหน

ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจาก “ฝีมือ”

แต่ส่วนใหญ่เกิดจาก “การปรับบาลานซ์ซาวด์” ในห้องซ้อมที่ยังไม่ลงตัวต่างหาก

ถ้าบาลานซ์ซานด์แย่ จะเกิดอะไรขึ้นกับวง?

ก่อนไปดูวิธีแก้ ลองมาดูกันก่อนว่าคุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือเปล่า

1. สมาธิในการเล่นลดลง

ถ้าได้ยินเสียงของนักร้อง หรือ เสียงเบสไม่ชัด สมาชิกที่เหลือต้องเล่นไปเดาไป เพราะ “ไม่รู้จะยึดอะไรเป็นหลัก”

2. เสียงปนกันไปหมด แยกอะไรแทบไม่ออก

พอได้ยินไม่ชัด ก็หมุนวอลลุ่มขึ้นกันทุกคน

สุดท้ายเสียงเครื่องดนตรีทุกชิ้นชนกันไปหมด กลายเป็น “เสียงดังแต่ฟังอะไรไม่ออก”

เรียกว่าจากเสียงดนตรี กลายเป็น “เสียงรบกวน” ไปเลย

3. ซ้อมตั้งนานแต่ไม่มีความคืบหน้า

ถ้าได้ยินเสียงตัวเองชัดเกินไป จะไม่รู้เลยว่า

  • เล่นหลุดไหม
  • โน้ตบางตัวเพี้ยนหรือเปล่า
  • กีตาร์/เบส ทับไลน์กันเองหรือไม่

ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ซ้อมเท่าไรก็ไม่รู้สึกว่าวงเราเล่นดีขึ้น

5 ขั้นตอน ปรับบาลานซ์ซาวด์ในห้องซ้อมให้ฟังง่ายขึ้นทันที

ขั้นที่ 1 : ปรับซาวนด์ทุกอย่างโดยอ้างอิงจากเสียง “กลอง”

เนื่องจาก “กลอง” เป็นเครื่องดนตรีเดียวในวงที่ “ปรับวอลลุ่มไม่ได้”

จึงควรใช้เป็น “ระดับเสียงตั้งต้นของทั้งวง”

ขั้นที่ 2 : ปรับ “เบส + Kick” ให้เข้ากัน เพื่อเป็นฐานจังหวะให้กับทั้งวง

  • ปรับความดังของเบสให้บาลานซ์กับ เสียง Kick และ Snare
  • ในภาพรวม เบสควรอยู่ในตำแหน่ง “ถอยหลังมาหนึ่งก้าว”
    สัมผัสได้ว่ามีพลัง แต่ไม่ดันขึ้นมาทับทุกอย่าง

ถ้าเบสดังเกินไป จะทำให้ซาวนด์ทั้งวงขุ่น ความเพราะหายไปกว่าครึ่ง

ขั้นที่ 3 : ตั้งเสียงกีตาร์ให้อยู่ “ระดับที่นักร้องยังหายใจได้”

  • ปรับแอมป์กีตาร์ให้ดัง และชัดกว่าเบสเล็กน้อย
  • พอนักร้องเริ่มร้อง ให้มือกีตาร์ค่อย ๆ ลดวอลลุ่มลง
    จนรู้สึกว่า เสียงร้องชัดเจนแบบไม่ต้องตะโกนแข่งกับดนตรี

ถ้านักร้องร้องสบาย วงจะเล่นสบาย และซาวด์ของวงจะดีขึ้นทันที

ขั้นที่ 4 : ใช้ Mixer “ปรับแต่ง” ซาวด์ในภาพรวม

หลังจากปรับความดังของเครื่องดนตรีเรียบร้อยแล้ว

  • เปิดไมค์ร้อง และคีย์บอร์ด (ถ้ามี)
  • ใช้ Mixer ปรับให้เสียงร้อง เด่นกว่าเสียงดนตรี
  • อย่าลืมฟังว่า ทุกชิ้นยังฟังออกครบ ไม่ใช่เร่งไมค์จนกลบเครื่องดนตรีทั้งหมด

ถ้ามีเพื่อนในวงคนใดคนหนึ่งคอยฟังภาพรวมและช่วยปรับ Mixer ให้ ชีวิตทุกคนจะง่ายขึ้นมาก

ขั้นที่ 5 : ระวัง “เสียงสะท้อนในห้องซ้อม” และตำแหน่งการยืนของแต่ละคน

เสียงที่เราได้ยินในห้องซ้อม ไม่ได้มาจากลำโพงอย่างเดียว

แต่มาจาก เสียงที่สะท้อนจากกำแพง / กระจก / พื้น ด้วย

ทิปเล็ก ๆ แต่สำคัญคือ

  • อย่ายืนติดแอมป์ของตัวเองมากเกินไป
  • ลองขยับมายืนใกล้สมาชิกคนอื่นดูบ้าง
  • ปรับวอลลุ่มจากตำแหน่งที่ฟัง “ซาวด์โดยรวมของทั้งวง” ได้จริง ๆ

เช็กลิสต์ก่อนซ้อมวงครั้งต่อไป

ลองถามตัวเองและสมาชิกในวงสั้น ๆ ว่า…

  • เราตั้งระดับเสียง “ตามกลอง” หรือ “ใครดังใครอยู่”?
  • เบสกับ Kick เข้ากันดี โดยที่ไม่กลบทุกอย่างไหม
  • กีตาร์เล่นแล้วนักร้องยังได้ยินตัวเองชัดหรือเปล่า
  • ไมค์ร้องดังพอ แต่ไม่ทำให้ดนตรีทั้งวงฟังดูดร็อปใช่ไหม
  • เราฟังจากตำแหน่งที่ได้ยินซาวด์ทั้งวงจริง ๆ หรือยืนอยู่หน้าแอมป์ตัวเองอย่างเดียว

“ซาวด์บาลานซ์” ไม่ได้แปลว่าใครหมุนวอลลุ่มดังสุดชนะ

แต่คือการจัดลำดับว่า เสียงไหนควรเป็นพระเอก เสียงไหนควรเป็นกองหนุน

ให้ทุกพาร์ททำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยไม่แย่งพื้นที่กัน

Credit: NOAH

STUDIO Encrypt อยู่ที่ไหน?

Visitors: 176,537